เซลล์ต้นกำเนิดเป็นเหมือน ‘เซลล์แม่ของเซลล์ทั้งหมด’ และมีความสามารถในการเปลี่ยนเป็นเซลล์รูปแบบใดๆ ก็ตามในร่างกาย เซลล์แต่ละเซลล์ในร่างของเรามีรหัสของยีนที่สมบูรณ์ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างร่างกายทั้งหมด แต่ในขณะที่เซลล์ของเราเจริญเต็มที่ พวกมันจะเปลี่ยนเป็นเซลล์แบบพิเศษ ดังนั้น จะมียีนจำนวนมากมายที่ไม่ถูกกระตุ้น
แต่เซลล์ต้นกำเนินของตัวอ่อนมีความสามารถในการสร้างเซลล์ชนิดใดขึ้นมาใหม่ก็ได้ตลอดช่วงชีวิตพวกมัน แม้ว่าเซลล์ต้นกำเนิดของตัวอ่อนเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับนักวิทยาศาสตร์ พวกมันก็ยังก่อให้เกิดข้อถกเถียงอย่างมากอีกด้วย การที่เราต้องเสียสละตัวอ่อนเพื่อนำเซลล์มาใช้ประโยชน์ทำให้เกิดข้อถกเถียงทางจริยธรรม
นอกจากนี้เซลล์ต้นกำเนิดยังมีศักยภาพในการรักษาโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความจำเสื่อม โรคพาร์กินสัน หรือแม้แต่โรคมะเร็ง ที่จริงแล้วมันยากที่จะนึกถึงโรคใดๆ ที่เซลล์ต้นกำเนิดจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมาก หัวข้อเฉพาะเรื่องหนึ่งของงานวิจัยก็คือการรักษาอาการบาดเจ็บของเส้นประสาทไขสันหลัง ซึ่งเมื่อครั้งหนึ่งเคยคิดว่าไม่สามรถรักษาได้ ในปี 1995 เมื่อนักแสดงที่สง่าอย่างคริสโตเฟอร์ รีฟ ต้องทนทรมานกับอาการบาดเจ็บของเส้นประสาทไขสันหลัง ซึ่งทำให้เขาเป็นอัมพาตทั้งตัวโดยไม่มีวิธีรักษา แต่อย่างไรก็ตามมีความก้าวหน้าอย่างมากในการซ่อมแซมเส้นประสาทไขสันหลังด้วยเซลล์ต้นกำเนิดในการศึกษากับสัตว์
เนื่องจากเซลล์เกือบทุกชนิดของร่างกายเราสามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้โดยการดัดแปลงเซลล์ต้นกำเนิดของตัวอ่อน ความเป็นไปได้จึงแทบไม่สิ้นสุด อย่างไรก็ตาม ดอริส เทย์เลอร์ ผู้อำนวยการของศูนย์รักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้เตือนว่ายังมีงานที่ต้องทำอีกมาก โดยเธอได้ตั้งข้อสังเกตว่า ‘เซลล์ต้นกำเนิดของตัวเองเป็นได้ทั้งเซลล์ที่ดี เซลล์ที่แย่ และเซลล์ที่น่าเกลียด ถ้าพวกมันเป็นเซลล์ที่ดี พวกมันสามารถปลูกขึ้นมาได้จำนวนมากมายในห้องปฏิบัติการ และนำมาปลูกเป็นเนื้อเยื่อ อวัยวะ หรือส่วนต่างๆ ของร่างกายถ้าพวกมันเป็นเซลล์ที่แย่ พวกมันจะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จึงควรจะหยุดโต และเกิดเป็นเนื้องอกขึ้นมา ส่วนเซลล์ที่น่าเกลียดนั้น คือเมื่อเราไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับมันเลย ดังนั้น เราจึงไม่สามารถควบคุมผลที่จะออกมาได้ และเราไม่พร้อมที่จะนำมันไปใช้หากยังไม่มีงานวิจัยในห้องปฏิบัติการที่มากกว่านี้’
เรื่องนี้เป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ต้องเผชิญเมื่อทำงานวิจัยด้านเซลล์ต้นกำเนิด นั่นคือความจริงที่ว่าเซลล์ต้นกำเนิดเหล่านี้อาจจะยังคงแผ่ขยายไปอย่างบ้าคลั่งจนกระทั่งมันกลายเป็นเซลล์มะเร็ง แม้ว่าไม่มีสัญญาณทางเคมีที่ซับซ้อนซึ่งเดินทางระหว่างเซลล์ต่างๆ เพื่อบอกพวกมันว่าเมื่อไรและที่ใดที่ควรจะโตขึ้นและหยุดโตก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ตัวเซลล์
loading...
ที่มา : yaklai.com

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น