ในสมัยโบราณ มีสิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์จำนวนหลายสิบชิ้นที่ยังคงสภาพถึงปัจจุบัน ชวนให้คนรุ่นหลังสงสัยในที่มาที่ไปของมัน และกำแพงหินของชาวอินคา ก็เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ชวนให้นักสถาปัตยกรรมหลายคนสงสัย จนต้องค้นคว้าและทอดลองตามสมมุติฐานของตนเอง และผู้ที่ล้วงลึกไปในอดีตจนพบเหตุผลนั้นคือ นาย ปิแอร์ โปรชอง (Jean-Pierre Protzen) อาจารย์ทางด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย
นายโปรซองศึกษาวิธีการทำงานของช่างหินชาวอินคามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982 โดยการเข้าไปสำรวจเหมืองหินของชาวอินคาโบราณ ซึ่งอยู่ใกล้เมืองคูซโก บริเวณใจกลางเทือกเขาแอนดีส ทางตอนใต้ของประเทศเปรู เขาพบค้อนหินที่เป็นหินประเภทควอร์ตไซต์ซึ่งเป็นหินที่แข็งแกร่งมากและได้นำมาลองใช้แต่งหินที่หลงเหลืออยู่ในบริเวณนั้น จนกระทั่งเขาสามารถสรุปได้ว่า
ในสมัยก่อน พวกช่างหินชาวอินคาใช้ค้อนหิน 3 ขนาด คือ ขนาดใหญ่หนัก 8-9 กิโลกรัม ใช้สำหรับสกัดหินเบื้องแรก ขนาดกลางหนัก 2-5 กิโลกรัมใช้ในการตกแต่งผิวให้เรียบและขนาดเล็กไม่ถึง 1 กิโลกรัมใช้สำหรับแต่งขอบให้คมเรียบ ซึ่งนับเป็นความชาญชลาดของช่างหินชาวอินคาอย่างยิ่ง ที่สามารถเรียงก้อนหินขนาดใหญ่ ให้ต่อกันเป็นกำแพงที่หนักแน่น และตั้งอยู่อย่างมั่นคงได้เป็นระยะเวลานานหลายร้อยปีโดยไม่ต้องใช้ปูนผสานรอยต่อเลย
ซึ่งหินบางก้อนนั้นหนักกว่า 100 ตันก็มีแต่ก็สามารถก่อขึ้นไปจนสูงได้โดยไม่พังทลายลงมา และที่สำคัญพวกเขาไม่ได้ใช้เครื่องมือโลหะในการแต่งหินเลย
loading...





0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น