คดีฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้นว่าความให้กับตนเองต่อหน้าผู้ชมนับล้านจากการถ่ายทอดสดทั่วอเมริกา เขาคือ เท็ด บันดี้
บันดี้เกิดเดือนพฤศจิกายน 1946 เขาเกิดในครอบครัวที่แตกแยก กล่าวคือแม่ของเขาท้องไม่มีพ่อ บันดี้เขาเติบโตมากับตาและยาย จนกระทั่งบันดี้อายุได้ 10 ขวบ เขารู้ความจริงว่าแม่ทิ้งเขาไปตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อรู้ความจริง เขาโกรธและไม่เคยให้อภัยแม่ของตนเองอีกเลย
อย่างไรก็ตาม บันดี้เป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดี นิสัยสุภาพ เรียนเก่ง เขาได้ทุนเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยพูเจห์ ซาวน์ในสาขาจิตวิทยา ก่อนย้ายไปเรียนที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน เขาพบรักกันสเตฟานี่ บรู๊ค แต่สุดท้ายเธอบอกเลิกเขา หลังจากเรียนจบ บันดี้เสียใจมากเลยตั้งใจจะทำให้ตัวเองได้ดีเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้บรู๊คเห็น บันดี้จึงเริ่มทำงานเป็นเสมียน ก่อนไต่เต้าขึ้นมาจนได้ทำงานในสำนักงานหาเสียงของพรรครีพลับริกัน เขาเป็นคนหนุ่มหน้าตาดี มีความรู้และทำงานเก่ง จนสมาชิกพรรครีพับริกันต่างคาดหวังว่าบันดี้จะก้าวขึ้นมาเป็นนักการเมืองได้ในอนาคต หลังจากนั้น บันนี้ได้พบกับบรู๊ค คนรักเก่าที่เคยทิ้งเขาไป ทั้งคู่กลับมาสานสัมพันธ์รักอีกครั้ง ทุกอย่างกำลังไปได้สวยสำหรับชีวิตของบันดี้ เขาเติมเต็มความต้องการของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมไปถึงรสนิยมในการฆ่าและข่มขืน
ในช่วงปี 1961 – 1974 บันดี้ก่อเหตุฆ่าข่มขืนหญิงสาวหน้าตาดีหลายราย เขาใช้เสน่ห์และความสามารถของตนล่อลวงเหยื่อไปฆ่าและข่มขืนทิ้ง หนักที่สุดคือการที่บันดี้ก่อเหตุฆ่าข่มขืน หญิงสาวในหอพักหญิงไม่ต่ำกว่า 4 ศพ ในคืนเดียว ก่อนหน้านี้ เท็ด บันดี้ เคยถูกจับกุมในคดีก่อเหตุฆ่าและข่มขืน แต่เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมของการเป็นทนายเพื่อว่าความให้กับตนเอง ราวกับว่าศาลคือโรงละครของเขา ก่อนที่จะหลบหนีออกมาจากเรือนจำด้วยการกระโดดจากหน้าต่าง
ในปี 1977 หลังจากแหกคุกออกมาได้ บันดี้ก่อเหตุฆ่าข่มขืนหญิงสาวราวกับเป็นเรื่องสนุก เขาตระเวนหาเหยื่อที่ตัวเองพอใจก่อนลงมือ ท้ายที่สุดตำรวจตามจับกุมตัวเขาได้อีกครั้ง การตัดสินคดีของเขาถูกถ่ายทอดสดไปทั่วไปเทศ และครั้งนี้ บันดี้ในฐานะจำเลยสวมบทเป็นทนายขึ้นว่าความให้กับตนเองอีกครั้ง เขาหยิบเอาตำรากฎหมายขึ้นมาวางบนโต๊ะและว่าความคดีอย่างคล่องแคล้ว ก่อนที่จะพ่ายแพ้ต่อหลักฐานชิ้นเอกซึ่งก็คือรอยกัดบนร่างของเหยื่อผู้เสียชีวิตของบันดี้นั่นเอง
ในเดือนกรกฏาคม 1989 ศาลได้ตัดสินให้ประหารชีวิตฆาตกรปัญญาชนรายนี้ ทุกคนทราบดีว่าบันดี้เป็นคนเก่งที่มีความสามารถ แต่น่าเสียดายที่เขาเลือกเส้นทางผิด เขาพยายามขออุธรณ์โทษประหารชีวิตด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ให้สังคมหลายครั้ง แต่ถูกศาลปฏิเสธ ก่อนที่จะถูกประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้า เขาได้ให้สัมภาษณ์ในชั่วโมงสุดท้ายก่อนถูกประหารถึงสาเหตุที่ตนเองกลายเป็นฆาตกรว่าเป็นเพราะสื่อลามก อนาจาร ที่ทำให้เขาเดินทางผิด
ด้วยหน้าตา ความรู้ความสามารถ และความโหดร้ายจากการฆ่าเหยื่อของบันดี้ ทำให้คำว่า ‘ฆาตกรต่อเนื่อง’
ถูกบัญญัติขึ้นมาเพื่อชายคนนี้โดยเฉพาะ ก่อนถูกใช้อย่างแพร่หลายกับฆาตกรรายอื่นต่อไป
loading...
ที่มา: http://www.soccersuck.com/boards/topic/1321612
