ลุงคนนั้นบอกว่าถึงเวลาเลิกงานแล้ว เขากำลังจะเอารถแท็กซี่ไปส่งคืนบริษัท ตอนนี้เขาแค่จอดพักที่ข้างทางสักครู่เฉยๆ แต่นักเรียนหญิงคนนั้นยังขอร้องเขาต่อว่า: “หนูขอร้องเถอะค่ะ ให้หนูนั่งไปเพียงแค่หนึ่งสถานีก็ได้”
เขาดูชุดนักเรียนและกระเป๋าหนังสือที่เก่าๆของเด็กหญิง ดูจากสภาพแล้วคงจะเป็นเด็กที่ยากลำบากมากๆ เขาจึงใจอ่อนและตอบไปว่า:ขึ้นมาเถอะ
เด็กหญิงรู้สึกดีใจมากๆและรีบขึ้นไปนั่งในรถ แต่จู่ ๆ เธอก็กล่าวว่า:คุณลุงค่ะ หนูมีเงินเพียงแค่ 3 หยวน(ประมาณสิบห้าบาท)เท่านั้น ให้หนูนั่งไปแค่ครึ่งสถานีก็พอค่ะ
เขาได้ขับรถไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุด เมื่อเด็กหญิงลงจากรถแล้วเธอก็ได้กล่าวว่า:ขอบคุณมากจริงๆค่ะ
และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเมื่อเขาเห็นเด็กหญิงยืนรอรถที่หน้าประตูโรงเรียนเขาก็จะติดป้าย “ปิดบริการ” และขับรถส่งเด็กหญิงไปที่ป้ายรถเมล์เป็นประจำ
เขาได้ส่งเด็กหญิงมาเป็นเวลาปีกว่าๆ จนถึงหน้าร้อนของปีที่สอง เด็กหญิงก็ได้สอบเข้าโรงเรียนมัธยมของต่างจังหวัด
เด็กหญิงบอกกับเขาว่า:ขอบคุณมากๆนะค่ะ นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่หนูจะได้นั่งรถของคุณ
เขาตอบว่า:ถ้าอย่างนั้นก็ให้ผมส่งหนูกลับถึงบ้านเถอะ ผมไม่คิดเงิน
ก่อนที่ทั้งสองคนจะแยกจากกัน เขาได้หยิบกล่องอันหนึ่งขึ้นมาพร้อมกับบอกเด็กหญิงว่า:นี่คือของขวัญที่ผมเตรียมไว้ให้หนู
เด็กหญิงได้รับของขวัญนั้นมาพร้อมกับไหว้ขอบคุณเขา:ขอบคุณ คุณลุงมากๆค่ะ
10 ปีต่อมา เขายังคงเป็นคนขับรถแท็กซี่อยู่เหมือนเดิม และมีอยู่วันหนึ่งเขาได้ยินเรื่อง “การหาคน” จากวิทยุว่า มีคนกำลังตามหาคนขับรถแท็กซี่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งเลขทะเบียนของรถแท็กซี่คันนั้นคือ Azxxxx หลังจากที่เขาได้ยินแล้วเขาก็คิดในใจว่า ใครที่กำลังตามหาตัวเขาอยู่กันนะ
หลังจากที่ได้ยินข่าวนั้นจากวิทยุ เขาจึงเอาหมายเลขโทรศัพท์ที่ได้แจ้งไว้และลองติดต่อกลับไปดูว่าเป็นใครกันแน่ เมื่อโทรศัพท์ติดแล้วคนที่รับสายเขาเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง และคนฝั่งนั้นถามเขาด้วยความดีใจว่า:คุณเป็นคุณลุงที่ขับรถแท็กซี่คนนั้นใช่มั้ยค่ะ?!
ในที่สุดเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่า คนที่กำลังตามหาเขาเป็นเด็กหญิงที่เขาเคยส่งขึ้นรถเมล์นั้นเอง แล้วพวกเขาก็ได้นัดไปเจอกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เมื่อได้เจอกันหญิงสาวที่โตเป็นผู้ใหญ่นั้นได้ไหว้เขาพร้อมกล่าวว่า:หนูขอขอบคุณ คุณลุงด้วยความจริงใจค่ะ
หญิงสาวเล่าให้เขาฟังว่า เมื่อ12 ปีที่แล้ว พ่อของเธอก็เป็นคนขับรถแท็กซี่เหมือนกัน ไม่ว่าพ่อของเธอจะยุ่งขนาดไหน เขาก็จะมารับเธอที่โรงเรียนและส่งเธอกลับบ้านทุกวัน ในตรุษจีนของปีนั้น พ่อของเธอได้ยืมรถของเพื่อนแล้วพาเธอกลับไปยังบ้านเกิด แต่เพราะว่าหิมะตกหนัก พ่อของเธอขับรถไปชนกับรถบรรทุกและได้เสียชีวิตลง สำหรับตัวเธอนั้นก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่เท้า
หลังจากที่เกิดเหตุนั้น ทุกครั้งที่เพื่อนนักเรียนถามเธอว่าทำไมต้องไปนั่งรถบัสเธอต้องโกหกเพื่อนว่า พ่อของเธอไปขับรถที่ต่างจังหวัดยังไม่ได้กลับมาและเป็นอย่างนี้มานานกว่าหกเดือน
จนได้มาพบเจอกับคุณลุง หญิงสาวกล่าวว่า:เลขทะเบียนของรถแท็กซี่ที่คุณลุงขับอยู่นั้น เป็นเลขทะเบียนของรถแท็กซี่ที่พ่อหนูเคยขับ หนูยังจำเลขทะเบียนนั้นได้ แล้วเหรียญที่คุณลุงส่งให้หนูนั้น หนูก็ยังคงเก็บไว้เป็นอย่างดี
เหรียญนั้นเป็นรางวัลของลูกสาวของเขาที่ได้มาจากงานโอลิมปิก เขาเคยมีความภาคภูมิใจและความหวังต่อลูกสาวของเขามาก แต่ลูกสาวของเขาป่วยหนักและเสียชีวิตไปอย่างกระทันหัน….ในตอนที่เด็กหญิงขึ้นมานั่งในรถของเขา มันได้ทำให้เขามีความรู้สึกว่าลูกสาวของเขากลับมาอยู่กับเขาอีกครั้ง และมันทำให้ชีวิตของเขามีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง….
และในระหว่างที่เขาเดินทางกลับบ้านนั้น เขาได้แวะซื้อหนังสือพิมพ์มาฉบับหนึ่ง และบังเอิญได้เห็นภาพของหญิงสาวคนนั้นในหนังสือพิมพ์พร้อมพาดหัวข่าวเขียนไว้ว่า หลินเหม่ยเซีย รองประธานที่มีอายุน้อยที่สุดของบริษัทต่างชาติ
ทันใดนั้นมือของเขาได้ไปสัมผัสกับซองจดหมายในกระเป๋าของตัวเอง เมื่อเขาได้หยิบมันออกมาดูก็พบว่าในซองนั้นเต็มไปด้วยเงินดอลลาร์ เขาไม่รู้เลยสักนิดว่า หลินเหม่ยเซีย ได้เอาซองนี้ใส่เข้าไปในกระเป๋าของตัวเองเมื่อไหร่กัน และก็มีกระดาษโน้ตอยู่แผ่นหนึ่งอยู่ในซองเงิน มีเนื้อหาว่า “นี่คือดอกเบี้ยสำหรับความรัก ความใส่ใจที่คุณลุงมีให้กับหนู โปรดรับมันไว้ด้วยนะค่ะ สำหรับต้นทุนนั้นมันมีค่ากับหนูมากๆ หนูจะเก็บมันไว้ในใจตลอดค่ะ หนูขอขอบคุณ คุณลุงมากๆค่ะ”
loading...
ที่มา : patjaa




0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น