จากเหตุการณ์สะเทือนใมจ เมื่อน.ส.พิมลพรรณ เจริญศรี อายุ 30 ปี ประกอบอาชีพแอร์โฮสเตสของสายการบินชื่อดังแห่งหนึ่ง ตัดสินใจกระโดดอาคารจอดรถชั้น 7 ของศูนย์การค้าอห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา) แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. จนเสียชีวิต โดยพบว่าผู้ตายใส่เสื้อยืดคอกลม สีชมพู นุ่งกางเกงวอร์มขายาว สีดำ ไม่สวมรองเท้า นอกจากนี้บริเวณใต้ท้องน้อยพบรอยผ่าตัดซึ่งมีแผ่นปาสเตอร์แปะแผลติดอยู่
จากการตรวจสอบภายในอาคารจอดรถช่อง 7 บี 1 บริเวณชั้นที่ 7 พบรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเฟียสต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆพ 143 กรุงเทพมหานคร จอดเปิดประตูด้านขวาทิ้งไว้ภายในพบบัตรพนักงานชั่วคราวท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิถูกวางอยู่ ห่างออกไปบริเวณด้านหลังรถพบรองเท้าแตะ สีดำ จำนวน 1 คู่ วางช่วงรางระบายน้ำข้างรั้วเหล็กกั้นอาคาร ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกันกับที่จุดพบศพของผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเวลาประมาณ 07.30 น. ที่ผ่านมา พบผู้เสียชีวิตขับรถยนต์คันดังกล่าวเข้ามาจอดภายในอาคารลานจอดรถที่บริเวณชั้นจุดเกิดเหตุ จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปได้ซักระยะก็ได้ยินเสียงคล้ายวัตถุขนาดใหญ่หล่นลงมากระทบกับพื้นตรงช่วงจุดเกิดเหตุจึงรีบวิ่งไปดูกระทั่งพบศพผู้เสียชีวิต ก่อนประสานให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจเกิดความเครียดเรื่องปัญหาส่วนตัว และมีโรคประจำตัวรุมเร้า ก่อนตัดสินใจก่อเหตุสลดดังกล่าว หลังจากนี้จะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียงเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนนำศพผู้เสียชีวิตส่งมอบให้ทางญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า แผลที่บริเวณใต้ท้องน้อยของน.ส.พิมลพรรณ เกิดจากการผ่าตัดนำเนื้อไปศัลยกรรมทำตา 2 ชั้น ซึ่งแก้ไขมาหลายครั้งแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมแต่ตาทั้ง 2 ข้างก็ยังไม่เท่ากัน โดยครั้งล่าสุดได้เดินทางไปแก้ไขอีกครั้งเมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อเรื่องการทำศัลยกรรมไม่เป็นผลสำเร็จจนเป็นสาเหตุให้ก่อเหตุสลดดังกล่าว ต้องสอบสวนให้ชัดอีกครั้ง
นอกจากนี้อุปนิสัยของผู้เสียชีวิตเป็นคนจริงจังกับชีวิตรัก และชอบน้อยใจ และต้องการให้ญาติและคนสนิทดูแลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหลังจากจะประสานทางญาติและบุคคลผู้ใกล้ชิดมาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
loading...
ที่มา ข่าวสด


0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น